Table of Contents
Toggleบทนำ: ไม่ต้องเดาอีกต่อไป! Google เปิดเผยหลักเกณฑ์จัดอันดับเว็บไซต์
ในวงการ SEO มีการถกเถียงมานานถึงปัจจัยลับของ Google ในการจัดอันดับเว็บไซต์บนหน้าผลการค้นหา (SERPs) หลายคนพยายามวิเคราะห์กว่า 200 ปัจจัย ที่เชื่อว่าอัลกอริทึมใช้ แต่ล่าสุด Google ได้ ยอมรับในชั้นศาล แล้วว่า มีการใช้งานโมเดลที่เรียกว่า ABC Framework อย่างเป็นทางการ!
การเปิดเผยครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การไขความลับของ Google แต่เป็นการเปิดประตูสำคัญให้ผู้ทำเว็บไซต์และนักการตลาดเข้าใจว่า SEO ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอีกต่อไป หากเข้าใจแก่นแท้ของโมเดลนี้
🧠 ABC Framework คืออะไร?
Google ยืนยันว่าใช้ ABC Framework เป็นหนึ่งในแกนกลางของการประเมินคุณภาพเว็บไซต์ โดยประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลักที่เข้าใจง่ายและสามารถวัดผลได้จริง:
🔗 A = Anchors หรือ Backlink
Backlink หรือ Anchor Text ที่ชี้มายังเว็บไซต์ของคุณ ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุด Google ใช้มันเพื่อตรวจสอบว่า “เว็บไซต์นี้น่าเชื่อถือหรือไม่?”
ยิ่งลิงก์มาจาก แหล่งที่น่าเชื่อถือและมีอำนาจสูง (Authority Site) ยิ่งส่งผลดี
📄 B = Body หรือ Content
Google ให้ความสำคัญกับ เนื้อหาหลักของเว็บเพจ (Body Content) ว่ามีความเกี่ยวข้องกับคำค้นหาของผู้ใช้งานหรือไม่
หากบทความของคุณตอบคำถามได้ครบถ้วน เจาะลึก และมีโครงสร้างที่ดี—Google จะจัดอันดับให้คุณสูงขึ้นอย่างแน่นอน
🖱️ C = Clicks หรือ Engagement
Google ไม่ได้ดูแค่ใครคลิกเข้ามา แต่ดูว่า “หลังจากคลิกแล้วเกิดอะไรขึ้น?”
-
คนอยู่ในเว็บนานไหม?
-
อ่านจนจบหรือเปล่า?
-
คลิกไปหน้าอื่นต่อไหม?
หากผู้ใช้อยู่ในเว็บไซต์ของคุณนาน และมีการมีส่วนร่วมสูง (เช่น คลิกอ่านบทความต่อ, สมัครรับข่าวสาร, หรือสั่งซื้อสินค้า) Google จะมองว่า เว็บคุณมีคุณภาพและตอบโจทย์จริง ๆ
🎯 จะเริ่มต้นทำ SEO ตาม ABC Framework อย่างไร?
ต่อไปนี้คือแนวทางที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที
| 🔹 ปัจจัย EEAT | ✅ การเสริมผ่าน ABC Framework |
|---|---|
| Experience | เขียนจากประสบการณ์ตรงในบทความ เช่น กรณีศึกษา รีวิว หรือการใช้งานจริง |
| Expertise | สร้างเนื้อหาโดยผู้รู้จริง หรือให้เครดิตผู้เชี่ยวชาญในเนื้อหา |
| Authoritativeness | เพิ่ม Backlink จากเว็บไซต์ที่มีอำนาจสูง (A) เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือ |
| Trustworthiness | เนื้อหาตรงกับคำค้นหาจริง (B) และผู้ใช้มี Engagement สูง (C) |
✅ 1. ทำคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์จริง ๆ
-
เข้าใจ Pain Point ของกลุ่มเป้าหมาย
-
เขียนคอนเทนต์ให้ “ครอบคลุม” และ “ลึก” กว่าคู่แข่ง
-
ใช้ Structured Content เช่น การจัดหัวข้อย่อย (H2, H3), Bullet Points, ตารางเปรียบเทียบ
✅ 2. ใช้ Backlink จากเว็บที่น่าเชื่อถือ
-
เน้นลิงก์จากเว็บไซต์ที่มี Domain Authority สูง
-
หลีกเลี่ยงลิงก์จากเว็บไซต์สแปมหรือไม่มีคุณภาพ
-
ทำ Guest Post หรือสร้างคอนเทนต์ดี ๆ จนมีคนอยากแชร์
✅ 3. ปรับ UX/UI ให้คนอยากอยู่ในเว็บไซต์
-
โหลดเร็ว ตอบสนองไว รองรับมือถือ
-
ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย มีภาพประกอบหรืออินโฟกราฟิก
-
มี Internal Link นำผู้ใช้อ่านต่อในเว็บไซต์
🔎 ทำไม ABC Framework ถึงสำคัญกับ EEAT?
Google เน้น E-E-A-T มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในการจัดอันดับเนื้อหาด้านสุขภาพ การเงิน และข่าวสาร:
📌 สรุป: SEO ไม่ใช่เรื่องเดายากอีกต่อไป
อย่าวิ่งไล่ 200 ปัจจัยให้เหนื่อยเปล่า! แค่โฟกัสที่ ABC Framework ก็เพียงพอแล้วในการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพ
และถ้าคุณเข้าใจว่า “ผู้ใช้ต้องการอะไร” พร้อมสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์จริง ๆ — คุณก็จะสามารถ ชนะใจ Google และลูกค้าไปพร้อมกัน
แหล่งอ้างอิง:
-
ข้อมูลจากคดี DOJ กับ Google
-
รายงานจากผู้เชี่ยวชาญ SEO ระดับโลก Matt Diggity
✨ แชร์บทความนี้ให้เพื่อนที่กำลังทำเว็บไซต์ด้วยนะครับ
เพราะ SEO ที่ดี… ไม่ใช่แค่ขึ้นอันดับ
แต่คือการ เข้าใจคนอ่านจริง ๆ 💙
Fullstack Developer ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ และ ได้รับรางวัล 1 Million Milestone จากการปิดการขายการทำเว็บไซต์ใน Fastwork ได้ยอดทะลุ 1 ล้านบาท และเป็นอดีต Backend Developer ธนาคารกรุงเทพ

